MESAdeJC's profile' MESA 'PhotosBlogLists Tools Help

' MESA '

Methini Watthanapichai

Occupation
There are no music lists on this space.

Photobucket - Video and Image Hosting

Photo 1 of 27
14 March

กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความล้มเหลว

 

     เคยเสียดายที่ไม่ได้ทำอะไรเพราะกลัวจะล้มเหลวหรือเปล่า เสียดายในสิ่งที่อยากจะทำ อยากจะเป็น แต่ในช่วงเวลาที่โอกาสมาถึง กลับไม่กล้าที่จะเสี่ยงคว้าโอกาสนั้นไว้ สุดท้ายก็ปล่อยให้โอกาสเหล่านั้นถูกพัดผ่านไป แล้วค่อยมานั่งโทษตัวเองว่า ทำไมเราไม่อย่างนู้นอย่างนี้นะ  

 

     บางที สิ่งที่มนุษย์ทุกคนเคยรู้สึกเสียดายที่สุดในชีวิตคือความรู้สึก เสียดายที่ไม่ได้พยายามลองดูสักครั้ง

 

     หากเราลองมองไปยังคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต บางทีเขาเหล่านั้นไม่ได้มีเพียงความเก่ง แต่ยังมีความกล้าประกอบอยู่ด้วย กล้าที่จะล้มเหลว หรือกลายเป็นคนโง่ในสายตาใครต่อใคร เพื่อที่ว่าวันหนึ่ง ความล้มเหลวเหล่านั้นจะกลายมาเป็นปุ๋ยประสบการณ์ เพื่อที่วันข้างหน้าเขาจะเติบโต ผลิดอกออกผลได้ดีกว่าใครๆ

 

     ธอมัส อัลวา เอดิสัน ผู้ประดิษฐ์หลอดไฟคนแรกของโลก ได้พูดไว้เมื่อการทดลองของเขาล้มเหลวกว่าหมื่นครั้งว่า ผมไม่ได้ล้มเหลว หากแต่ผมได้ค้นพบกว่าหมื่นวิธีที่ไม่ได้ทำให้การทดลองสำเร็จ แต่หลังจากนั้นไม่นานสิ่งประดิษฐ์ของเขาก็ได้กลายมาเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับมนุษย์หลายพันล้านคนบนโลกจนถึงปัจจุบัน

 

     ความจริงก็คือ หากเราได้พยายามลองทำในสิ่งที่เราฝันดูสักครั้ง ทำในสิ่งที่เราอยากจะทำหรืออยากจะเป็นให้ดีที่สุด ไม่ได้ดีที่สุดสำหรับใคร แต่ที่ที่สุดสำหรับเรา เพราะนั่นจะกลายมาเป็นความภูมิใจ ที่เราสามารถหันกลับมาบอกตัวเองได้ว่า ฉันได้ลองทำมันอย่างเต็มที่และดีที่สุดแล้ว

 

     บางครั้งสูตรแห่งความสำเร็จ สิ่งที่สำคัญมาเป็นอันดับแรก อาจไม่ใช่ความเก่งแต่อย่างใด หากแต่เป็นความกล้าที่จะเสี่ยงต่อความล้มเหลวต่างหาก

 

13 March

บล๊อก เอ๋ย บล๊อก

บล๊อกร้างโครตๆเลยค่ะ
ทยอยล้างบล๊อกเก่าๆไปหมดแล้ว เพราะกลับไปอ่านแล้วรู้สึกไร้สาระจนรับไม่ได้
(แต่ตอนนี้กลับแอบเสียดาย อย่างน้อยมันก็เป็นครั้งหนึ่งที่เคยรู้สึกหรือคิดอย่างนั้น  )
 
 
เก็บไว้แต่ที่เพื่อนคนอื่นทำให้
มีอะไรทิ้งไว้แล้วกันนะคะ (คงไม่มีใครทิ้งแน่ๆก๊าก)
 
 
 
จุ๊บๆ จ๊วบๆ ^^
30 December

ชอบนะ ดราฟไว้นานแล้ว ลืมโพส555+

++ข้อคิดดีๆ++"คนฉลาด คนโง่"
เอามาจาก FWD mail ค่ะ
............................................................................................................................................

เคยได้ยินชื่อ ดร.วรภัทร ภู่เจริญ ไหมครับ 

เขาเคยเป็นวิศวกรขององค์การอวกาศนาซา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเกือบ 20
ปีก่อน 
 

เคยได้รับรางวัลงานวิจัยที่ดีที่สุดระดับโลกเกี่ยวกับเครื่องยนต์ไอพ่นตัดสินใจ
กลับเมืองไทยเพราะ 

> >1.อยากดูแลพ่อแม่ 

> >2.ไม่อยากเป็นพลเมืองชั้นสองในบ้านพักคนชรา 

> >3.อยากเที่ยว และ 

> >4.ชอบกินอาหารอร่อย 
 
 

เคยเป็นอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ก่อนจะออกมาตั้งบริษัทที่ปรึกษาของตัว เอง 

> >ผมประทับใจบทสัมภาษณ์ของ ดร.วรภัทรใน "เสาร์สวัสดี" ของ"กรุงเทพธุรกิจ " 
เมื่อประมาณ 1-2 เดือนก่อนมาก คนอะไรก็ไม่รู้ ชีวิตมันส์เป็นบ้า ความคิดก็กวนเหลือหลาย 

> >ตอนที่เขาเป็นอาจารย์ วิธีการสอนหนังสือของเขาแปลกกว่าคนอื่น
      "ผมออกนอกกรอบตลอดเวลา" เขาบอก 

> >เขาเคยพาเด็กวิศวะไปที่ริมสระว่ายน้ำ เรียนไปและดูนิสิตสาว ๆว่ายน้ำไปด้วย
      คาดว่าคงไปเรียนเรื่อง 

      "คลื่น" ระหว่างท่าฟรีสไตล์ กับท่าผีเสื้อ 

      คลื่นที่เกิดขึ้นของท่าไหนถี่กว่ากันระหว่างชุดทูพีซกับวันพีซ แรงเสียดทานกับน้ำ ชุดไหนมากกว่ากัน

> >แนวการศึกษาน่าจะออกไปทำนองนี้ 
 
   
 
     แต่ที่ชอบที่สุดคือตอนที่เขาออกข้อสอบ ข้อสอบของเขาสั้นและกระชับมาก 

> >"จงออกข้อสอบเอง พร้อมเฉลย" โหย...เด็กวิดวะอึ้งกันทั้งห้อง 

> >คำตอบส่วนใหญ่เป็นการตั้งโจทย์แบบง่ายๆ เช่น ปั้นจั่นมีกี่ชนิด 

      ผลปรากฎว่าได้ศูนย์กันทั้งห้อง
 
      เพราะเป็นคำตอบที่ไม่ได้แสดงความคิดที่ลึกซึ้งสมกับที่เรียนมาทั้งเทอม 
 
 

> >เหตุผลที่ ดร.วรภัทร
      ออกข้อสอบด้วยการให้นิสิตออกข้อสอบเองเป็นเหตุผลที่ตรงกับใจผมมาก 

      "ชีวิตคนเราจะรอให้อาจารย์ตั้งโจทย์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องหาโจทย์มาเอง
 
> >คิดแล้วทำ 

     "ถ้าผิดแล้ว อาจารย์จะปรับให้" 

     เขามองว่าเด็กรุ่นใหม่ติดนิสัยเด็กกวดวิชา รอคนคาบทุกอย่างมาป้อนให้
     ไม่รู้จักคิดเอง 

> >"ถ้ารอและตั้งรับ คุณก็เป็นพวกอีแร้ง แต่พวกคุณแย่กว่าเพราะเป็นแค่ลูกอีแร้ง 
     คือ รออาหารที่คนอื่นป้อนให้" 

     โหย...เจ็บ ผมเชื่อมานานแล้วว่าชีวิตของคนเราเป็นข้อสอบอัตนัย
     ที่ต้องตั้งโจทย์เองและตอบเอง 

     ไม่ใช่ข้อสอบปรนัยที่มีคนตั้งโจทย์ และมีคำตอบเป็นทางเลือก ก-ข-ค-ง 
 
     ถ้าใครที่คุ้นกับ "ชีวิตปรนัย" ที่มีคนตั้งโจทย์ให้และเสนอทางเลือก 1-2-3-4 

> >คนคนนั้นชีวิตจะไม่ก้าวหน้า เพราะต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลาติดกับ
     "กรอบ"ที่คนอื่นสร้างให้ ไม่เหมือนกับคนที่รู้จักคิดและตั้งคำถามเอง 

    
     เรื่องการตั้งคำถามกับชีวิตเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่าลืมว่าเพราะมี
     "คำถาม"จึงมี "คำตอบ" 
 
     เมื่อมี "คำตอบ" เราจึงเลือกเดิน พูดถึงเรื่องการตั้งคำถาม ผมนึกถึง
     โสเครติส" 

     เขาเป็นนักปรัชญาเอกของโลก ที่สอนลูกศิษย์ด้วยการสนทนา
     ตั้งคำถามให้ลูกศิษย์ตอบ สร้างองค์ความรู้ 

     จาก "คำถาม" 

> >กลยุทธ์ของ "โสเครติส" ในการสอน คือ ไม่ให้ความเห็นใดๆ แก่นักเรียน
     และทำลายความมั่นใจของนักเรียนที่เชื่อว่าตนเองรู้ "โสเครติส" เชื่อว่าเมื่อเด็กตระหนักใน
     "ความไม่รู้" ของตนเอง เขาจะเริ่มต้น แสวงหา "ความรู้ " แต่ถ้า เด็กยังเชื่อมั่นว่าตนเองมี "ความรู้"
     เขาก็จะไม่แสวงหา "ความรู้ " 

> >การตั้งคำถามของโสเครติส
     จึงมีเป้าหมายโจมตีและทำลายความเชื่อมั่นในภูมิความรู้ของนักเรียน 

     เป็นกลยุทธ์เท "น้ำ" ให้หมดจากแก้ว เมื่อแก้วไม่มีน้ำ แล้วจึงเริ่มให้เขาเท
     "น้ำ" ใหม่ใส่แก้วด้วยมือของเขาเอง "น้ำ" ที่ลูกศิษย์แต่ละคนเทลงแก้วด้วยมือตัวเองมาจาก "คำตอบ"
     ที่เขาค้นคิดขึ้นมาเอง "คำตอบ" จาก "คำถาม" ของ "โสเครติส" 
 
 
 
     "โสเครติส" นิยามศัพท์คำว่า "คนฉลาด" และ "คนโง่" ได้อย่างน่าสนใจ 

 

     "คนฉลาด" ในมุมมองของ "โสเครติส" นั้นไม่ใช่คนที่รู้ทุกเรื่อง 
 
     แต่ "คนฉลาด" คือคนที่รู้ว่าตัวเองไม่รู้ 
 
 
 
 

     ส่วน "คนโง่" นั้น คือ คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้แต่ทำตัวราวกับเป็นผู้รู้ 
 
 
 
 

    ไม่น่าเชื่อว่าก่อนหน้านี้ผมยังมีความภาคภูมิใจใน "ความรู้" ของตนเอง 

    แต่พออ่านถึงบรรทัดนี้ ทำไมผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่รู้อะไรเลย .....

06 April

HBD.. "mesa"

  

 

Photobucket - Video and Image Hosting

 

 

 

 

Photobucket - Video and Image Hosting

 

16 October

เอามาให้ดูกันอีกรอบ

Comicinspace.jpg
 
 
ขอได้รับคำขอบคุณจาก สมาณภานุ ครีเอทีฟฝีมือเยี่ยม  นะคร้า 555+